คุณตาวัย 70 ลงบ่อดูดทราย ติดอยู่ใต้น้ำนาน 8 ชั่วโมง กู้ภัยช่วยชีวิตรอดปาฏิหาริย์

คุณตาวัย 70 ลงบ่อดูดทราย ติดอยู่ใต้น้ำนาน 8 ชั่วโมง กู้ภัยช่วยชีวิตรอดปาฏิหาริย์

คุณตาวัย 70 วันที่ 16 มิ.ย.64 เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างภักดีตรัง ได้รับแจ้งเหตุ มีคนงานติดอยู่ใต้น้ำ ภายในบ่อดูดทราย พื้นที่หมู่ 7 บ้านหานไม้หมัด ต.นาวง อ.ห้วยยอด จ.ตรัง หลังรับแจ้งจึงได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัย และชุดประดาน้ำ รวมกว่า 20 นาย พร้อมอุปกรณ์ รีบลงพื้นที่เข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุเป็น บ่อดูดทรายของเอกชน สภาพพื้นที่สูงชันสลับกัน มีเนื้อที่กว่า 3 ไร่ ติดกับแม่น้ำตรัง ภายในบ่อทรายมีลักษณะเป็นน้ำนิ่ง สีแดงขุ่น มีคนงานถูกท่อนไม้ขนาดใหญ่ และรากไม้ทับร่างตั้งแต่ช่วงเอวไปจนถึงขา ติดอยู่กับพื้นบ่อที่ลึกกว่า 5 เมตร โชคดีที่สวมสายออกซิเจนอยู่ ตั้งแต่ช่วงเวลา 09.00 น.ทราบชื่อภายหลังคือ นายณรงค์ ศรีสุขใส อายุ 70 ปี คนงาน เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงวางแผนเพื่อทำการช่วยเหลือ

คุณตาวัย 70 จนเวลา 16.00 น. นักประดาน้ำได้ใช้เชือกผูกติดกับท่อนไม้ดังกล่าว และใช้รถแบคโฮดึงไม้ให้หลุดออกจากร่าง ก่อนเจ้าหน้าที่ที่เหลือจะนำร่าง นายณรงค์ขึ้นมาจากพื้นน้ำได้สำเร็จด้วยความทุลักทุเล โดยใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมง ผู้ได้รับบาดเจ็บมีอาการอ่อนเพลีย พร้อมทั้งมีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณนิ้วมือและตามบริเวณร่างกาย ก่อนรีบนำตัวส่ง รพ.ห้วยยอดอย่างเร่งด่วน เบื้องต้น ทราบว่าอยู่ในอาการปลอดภัยแล้ว

ด้าน นายธนกฤต ใส้เพี้ย หัวหน้าฝ่ายกู้ภัยสว่างภักดีตรัง กล่าวว่า จากการสอบถามเพื่อนคนงานทราบว่าผู้เคราะห์ร้ายทำงานอยู่บ่อทรายดังกล่าวมานานแล้วหลายปี และได้ทำหน้าที่จับหัวดูดทรายโดยมีประสบการณ์และความชำนาญ ก่อนเกิดเหตุได้ลงไปทำหน้าที่ตามปกติในช่วงเช้าเวลา 09.00 น.โดยได้สวมสายออกซิเจนลงไปด้วย ก่อนที่เวลาประมาณ 11.40 น. เพื่อนคนงานที่อยู่ด้านบนเริ่มเอะใจที่ผู้เคราะห์ร้ายอยู่ใต้น้ำเป็นระยะเวลานาน ก่อนจะทำการดึงและกระตุกสายออกซิเจนที่ต่ออยู่กับเครื่องด้านบน แต่ปรากฏว่าไม่ได้รับการตอบสนองจากผู้เคราะห์ร้าย จึงคาดว่าน่าจะติดอยู่ใต้น้ำแล้ว และได้ทำการเรียกเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ เบื้องต้น คาดว่าในขณะที่ผู้เคราะห์ร้ายกำลังถือหัวดูดทรายอยู่ ทำให้ท่อนไม้ ที่ฝังอยู่ในทรายไถลลงมากับทรายที่ทรุดตัวลงตลอดเวลา จนมาทับร่างดังกล่าว

ขณะที่ นายณัฐวุฒิ เขมากรณ์ อายุ 43 ปี หัวหน้านักประดาน้ำ มูลนิธิสว่างภักดีตรัง เล่าว่า หลังจากรับแจ้งได้ประเมินสถานการณ์แล้วว่าผู้เคราะห์ร้ายน่าจะคงยังมีชีวิตอยู่ เพราะเครื่องออกซิเจนที่ใช้ในการประกอบอาชีพยังทำงานอยู่ และมีฟองอากาศขึ้นมาจากน้ำ จึงได้สั่งการให้นักประดาน้ำดำลงไป จำนวน 2 ชุด พบว่ายังคงมีสติดีและตอบสนองได้ทุกอย่าง พบว่าอยู่ในสภาพนั่งอยู่ใต้น้ำ จับมือกู้ภัยขอความช่วยเหลือและพยายามพูดคุยตลอดเวลา ซึ่งพื้นล่างมีน้ำขุ่นมาก โดยได้ประเมินและดำเนินการให้ผู้เคราะห์ร้ายปลอดภัยที่สุด ก่อนที่จะช่วยนำร่างขึ้นมาได้อย่างสำเร็จในที่สุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *